รูปแบบการลงทะเบียนเรียนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

                การลงทะเบียนเรียนเป็นกระบวนการหนึ่งในการเรียนการสอน  ที่นักศึกษาต้องดำเนินการทุกภาคเรียน  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีการลงทะเบียนเรียนปีละ  7 ครั้งตามลำดับดังนี้
               1.   การลงทะเบียนเรียนนักศึกษาสมัครใหม่ภาค 1
               2.   การลงทะเบียนเรียนนักศึกษาเก่าภาค 1
               3.   การลงทะเบียนสอบซ่อมของภาค 1
               4.   การลงทะเบียนเรียนนักศึกษาสมัครใหม่ภาค 2
               5.   การลงทะเบียนเรียนนักศึกษาเก่าภาค 2
               6.   การลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อน
               7.   การลงทะเบียนเรียนสอบซ่อมของภาค 2 และภาคฤดูร้อน
               ในการลงทะเบียนเรียนแต่ละครั้ง  จะมีนักศึกษามาลงทะเบียนเรียนตั้งแต่ 140,000 – 180,000 คนต่อภาคเรียน  มหาวิทยาลัยจึงพยายามที่จะอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาได้เลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับตนเอง โดยการจัดให้มี การลงทะเบียนเรียนได้หลายรูปแบบ

            ข้อมูลที่นักศึกษาควรทราบก่อนการลงทะเบียนเรียนแต่ละครั้ง  มีดังนี้
               1.   กำหนดวันลงทะเบียนเรียนแต่ละช่องทาง  เพื่อจะได้ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด
               2.   ตารางกำหนดรหัสประจำตัวนักศึกษา  กรณีลงทะเบียนเรียนด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย  เพื่อตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัย กำหนดให้มาลงทะเบียนเรียนวันใด
               3.   ประกาศกระบวนวิชาที่เปิดสอนพร้อมกับวันและเวลาสอบไล่ (ม.ร.30) เพื่อเลือกลงทะเบียนกระบวนวิชาที่วันเวลาสอบไม่ซ้ำซ้อนกัน  นักศึกษาสามารถดูรายละเอียดกระบวนวิชาที่เปิดสอนได้จากหนังสือพิมพ์ข่าวรามคำแหงที่มหาวิทยาลัยจัดส่งให้ที่บ้าน หรือดูที่บอร์ดคณะที่สวป. และที่อาคารเวียงคำ
               4.   ดูหลักสูตรของคณะที่เข้าศึกษา  โดยลงทะเบียนเรียนตามแผนกำหนดการศึกษาของคณะและ สาขาวิชาที่เรียน  ซึ่งกระบวนวิชา เหล่านั้น ต้องเปิดสอนใน ม.ร.30  ของภาคเรียนนั้น ๆ ด้วย

รูปแบบการลงทะเบียนเรียน

1.  การลงทะเบียนเรียนด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย 
      เป็นการลงทะเบียนเรียนด้วยแถบรหัสกระบวนวิชา (Bar Code)  มีวิธีดำเนินการดังนี้
      1)  เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียนเรียนประกอบด้วย
            1.1  สมุดลงทะเบียน (ม.ร.36)
            1.2  สมุดแถบรหัสกระบวนวิชา (ม.ร.37) (ม.ร.36 และ ม.ร.37 มีจำหน่ายที่สำนักพิมพ์ ราคาชุดละ 55 บาท ใช้ลงทะเบียนได้จนจบการศึกษา)
            1.3  บัตรประจำตัวนักศึกษา
      2)  สิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนกำหนดวันลงทะเบียน
            2.1  เขียนชื่อ นามสกุล และรหัสประจำตัวนักศึกษา ตามที่ระบุไว้ทางด้านซ้ายของสมุดลงทะเบียน(ม.ร.36)
            2.2  สอดบัตรประจำตัวนักศึกษาลงในช่องพลาสติก   ทางด้านซ้ายตอนล่างของสมุดลงทะเบียน โดยให้ด้านที่มีแถบรหัส
ประจำตัว อยู่ด้านบน
            2.3  ตรวจสอบรายชื่อกระบวนวิชาที่ต้องการจะลงทะเบียนเรียน   จาก  ม.ร.30  ของภาค เรียนนั้น ๆ
            2.4  ตัดแถบรหัสกระบวนวิชาที่จะลงทะเบียนเรียนจากสมุดแถบรหัส (ม.ร.37)

ภาพตัวอย่างแถบรหัสกระบวนวิชา

AC101 AC234    EN102 TH103

          2.5  สอดแถบรหัสกระบวนวิชาลงในช่องพลาสติกด้านขวาของสมุดลงทะเบียน ตั้งแต่ หมายเลข 1,2,3... ตามลำดับโดยเรียงตามตัวอักษร A – Z
          2.6  ตัดแถบรหัสจำนวนหน่วยกิตรวมที่จะลงทะเบียนจากสมุดแถบรหัส แล้วสอดลงในช่อง “จำนวนหน่วยกิต”
          2.7  นักศึกษาที่คาดว่าจะจบการศึกษาในภาคเรียนนั้น ๆ ให้ทำเครื่องหมาย “X”  ลงใน ช่องหน้าข้อความ “ขอจบการศึกษา”

ภาพตัวอย่างสมุดลงทะเบียนที่เตรียมเรียบร้อยแล้ว(ม.ร.36)

 

      3)  ขั้นตอนการลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัย
                -   กรณีชำระค่าลงทะเบียนเป็นเงินสด
          3.1  นำสมุดลงทะเบียน (ม.ร.36) ที่ดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ตามเคาน์เตอร์ (ช่องที่ 3 – 51)  ที่อาคารเวียงคำ (VKB)  พร้อมทั้งเตรียมเงินให้พอดีกับค่าลงทะเบียน
          3.2  เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลการลงทะเบียนและรับชำระเงิน
          3.3  นักศึกษารับใบเสร็จรับเงิน   และสมุดลงทะเบียน (ม.ร.36) คืน เพื่อใช้ลงทะเบียนครั้งต่อไปและเก็บใบเสร็จ รับเงินไว้เป็นหลักฐาน ในการเข้าสอบ
          3.4  นักศึกษาตรวจความถูกต้องของข้อมูลในใบเสร็จรับเงิน  หากพบข้อผิดพลาดให้ทักท้วงทันที  มิฉะนั้นจะถือ ว่าถูกต้องแล้ว

               -   กรณีชำระค่าลงทะเบียนด้วยบัตร VISA  ELECTRON
          1.  ต้องใช้บัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ VISA  ELECTRON  ของธนาคารทหารไทย
          2.  ต้องฝากเงินล่วงหน้าในบัญชีธนาคารทหารไทยตามหมายเลขบัญชีที่มหาวิทยาลัยเปิดไว้ให้
          3.  เมื่อหักเงินค่าลงทะเบียนแล้ว  จะต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า  100  บาท
          4.  นักศึกษาต้องมาลงทะเบียนเรียนด้วยตนเอง  เพราะต้องเซ็นชื่อในสลิปค่าลงทะเบียนด้วย
          5.  ยื่นสมุดลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ช่อง  52 – 55 ที่อาคารเวียงคำ

2.  การลงทะเบียนเรียนทางไปรษณีย์
             ข้อปฏิบัติ
            1. ต้องส่งเอกสารโดยจดหมายลงทะเบียนตอบรับทางไปรษณีย์  จ่าหน้าซองถึง
                         ผู้อำนวยการ
                         สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล
                         มหาวิทยาลัยรามคำแหง
                         ปทฝ. รามคำแหง  กรุงเทพ ฯ 10241
            2. เอกสารที่ต้องส่งตามข้อ 1 มีดังนี้
                2.1  ส่งเงินค่าธรรมเนียมการศึกษา  ค่าหน่วยกิต ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย  และค่าสมาชิกข่าวรามคำแหง ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด (กรณีภาคเรียนปกติสุดท้ายมิได้ลงทะเบียนเรียนต้องชำระค่ารักษา สถานภาพภาคละ  300 บาท) เป็นธนาณัติสั่งจ่ายในนามมหาวิทยาลัย รามคำแหงไปรษณีย์ สาขารามคำแหง
                2.2  ซองจดหมายติดแสตมป์ให้ครบถ้วน จ่าหน้าซองถึงตัวนักศึกษา สำหรับจัดส่งใบเสร็จลงทะเบียน  คืนให้นักศึกษา
                2.3  บัตรลงทะเบียนเรียนทางไปรษณีย์ (ม.ร.34) ที่กรอกข้อความสมบูรณ์แล้ว นักศึกษาขอรับบัตรนี้ได้ที่ งานลงทะเบียนเรียนทางไปรษณีย์  อาคาร สวป. ชั้น 1
           3. ภาคปกติ (ภาค 1 และ ภาค 2)  ลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน  24  หน่วยกิต  สำหรับภาคฤดูร้อนลงทะเบียนเรียน ได้ไม่เกิน 12 หน่วยกิต
           4. ต้องเขียนรหัส – เลขกระบวนวิชา (Course  No.) ลงใน ม.ร. 34 ให้ชัดเจน
           5. หากนักศึกษาไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าว  หรือปฏิบัติไม่ครบถ้วน มหาวิทยาลัยจะตัดกระบวนวิชาสุดท้าย  หรือไม่รับลงทะเบียน เรียน ให้แล้วแต่กรณี

ภาพตัวอย่างบัตรลงทะเบียนเรียนทางไปรษณีย์(ม.ร.34)


3.  การลงทะเบียนเรียนทาง  Internet
          ข้อกำหนดเรื่องการลงทะเบียนเรียนและการชำระเงิน
           1.  ต้องใช้บัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ  Visa – Electron ของธนาคารทหารไทย โดยนำเงินเข้าบัญชีล่วงหน้า  เพราะเมื่อลงทะเบียนเรียนแล้ว  ระบบจะตัดเงินจากบัญชีดังกล่าว
           2.  ต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร 10 บาท เมื่อหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้ว ต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า  100  บาท
           3.  นักศึกษาต้องมีรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ (ขึ้นทะเบียนรหัสผ่านในขั้นตอนการลงทะเบียนเรียน)
           4.  ให้ลงทะเบียนเรียนทาง Internet ได้ภาคการศึกษาละ 1 ครั้ง เท่านั้น หากต้องการเปลี่ยนแปลงให้ไปลงทะเบียนเรียน ที่มหาวิทยาลัยตามวันที่กำหนด  โดยชำระค่าลงทะเบียนเรียนใหม่ทั้งหมด
           5.  นักศึกษาควรปรับสมุดบัญชีเงินฝากหลังการลงทะเบียนเรียนแล้ว เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
           6.  รับใบเสร็จลงทะเบียนได้ที่อาคาร KLB ชั้น 1 หลังกำหนดการลงทะเบียนเรียน  20  วัน ในวันเวลาราชการ

           ขั้นตอนการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนเรียนทาง Internet
           1.  เข้าโฮมเพจหลักของมหาวิทยาลัย (www.ru.ac.th)
           2.  เลือกรายการลงทะเบียนเรียนทาง  Internet
                 เมื่อเข้าสู่ระบบลงทะเบียนเรียนทาง  Internet จะประกอบด้วยรายการหลักคือ

          -   ตรวจสอบข้อมูลก่อนการลงทะเบียนเรียน  ได้แก่
            1.  ตรวจสอบกระบวนวิชาที่เปิดสอน
            2.  คำแนะนำการลงทะเบียนเรียน
            3.  ค่าธรรมเนียมการศึกษา
          -   การลงทะเบียนเรียน
            1.  ขึ้นทะเบียนขอรหัสผ่าน (ต้องป้อนข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้อง)
            2.  ลงทะเบียนเรียน (ป้อนรหัสประจำตัวนักศึกษาและรหัสผ่านก่อนเข้าสู่ระบบลงทะเบียนเรียน)
            3.  ตรวจสอบผลการลงทะเบียนเรียน

4.  การลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท์
                มหาวิทยาลัยจะกำหนดการลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท์ไว้ในปฏิทินการศึกษา เฉพาะภาค 1 ภาค 2 และภาคฤดูร้อน โดยกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยประมาณ  10  วัน
นักศึกษาที่จะลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท์  จะต้องใช้บัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ Visa  Electron  ของธนาคารทหารไทย  ที่มหาวิทยาลัยเปิดบัญชีไว้ให้  โดยต้องนำเงินเข้าบัญชีไว้ล่วงหน้า  เมื่อลงทะเบียนเรียนแล้ว  ระบบจะทำการหักเงิน จากบัญชีดังกล่าว  ซึ่งต้องมีเงินคงเหลือในบัญชีไม่ต่ำกว่า  100  บาท ดังนั้น ก่อนการลงทะเบียนเรียนนักศึกษาต้องเตรียม เอกสารประกอบการดำเนินการล่วงหน้า ดังนี้

  1.  ตารางเทียบรหัสตัวอักษร

อักษร

รหัส

อักษร

รหัส

อักษร

รหัส

อักษร

รหัส

อักษร

รหัส

A

21

G

41

M

61

S

74

Y

93

B

22

H

42

N

62

T

81

Z

94

C

23

I

43

O

63

U

82

 

 

D

31

J

51

P

71

V

83

 

 

E

32

K

52

Q

72

W

91

 

 

F

33

L

53

R

73

X

92

 

 

            นักศึกษาต้องรู้รหัสตัวอักษรสำหรับใช้ลงทะเบียนเรียน  หากต้องการลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาใด จะต้องแปลงรหัสกระบวนวิชา ไว้ล่วงหน้า  เพื่อความถูกต้องของข้อมูล เช่น ต้องการลงทะเบียนกระบวนวิชา  LW 104  ต้องแปลง L เป็น 53  แปลง W เป็น 91 ดังนั้นวิชา LW 104  คือหมายเลข  5391104  เป็นต้น ตารางเทียบรหัสตัวอักษรนี้  นักศึกษาควรเก็บไว้ใช้ในการลงทะเบียนเรียนในภาคถัด ๆไป

     2.  ตารางสำหรับเตรียมข้อมูล

รหัสนักศึกษา :                      วัน-เดือน-พ.ศ.เกิด     /    /         1. ลงทะเบียนแบบขอจบ       หน่วยกิต หรือ
   2. ลงทะเบียนแบบปกติ         หน่วยกิต

ลำดับ

วิชา

หน่วยกิต

แปลงรหัสวิชา

ลำดับ

วิชา

หน่วยกิต

แปลงรหัสวิชา

รายการค่าธรรมเนียม

รวม(บาท)

1.

 

 

 

9.

 

 

 

ค่าลงทะเบียนเรียน

 

2.

 

 

 

10.

 

 

 

ค่าบำรุงการศึกษา

 

3.

 

 

 

11.

 

 

 

ค่ารักษาสถานภาพ

 

4.

 

 

 

12.

 

 

 

ค่าข่าวรามคำแหง

 

5.

 

 

 

13.

 

 

 

ค่าวิชา Lab

 

6.

 

 

 

14.

 

 

 

อื่น ๆ

 

7.

 

 

 

15.

 

 

 

 

 

8.

 

 

 

16.

 

 

 

รวมเป็นเงิน

 

            เนื่องจากการลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท์  เป็นการดำเนินการกับตัวเลขทั้งหมดนักศึกษาจึงต้องจัดเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อย
ก่อนการลงทะเบียนเรียน  ดังนี้
            1.  ตรวจสอบกระบวนวิชาที่เปิดสอนจาก ม.ร.30 ประจำภาคนั้น ๆ  เขียนรหัสวิชาที่ต้องการลง ทะเบียนเรียน ลงในตารางเตรียมข้อมูล
            2.  แปลงรหัสวิชาให้เป็นตัวเลข
            3.  คำนวณเงินค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนเรียนให้ถูกต้อง แล้วใส่ในช่องรวมเงิน
            4.  ตรวจสอบเงินในบัญชีของธนาคารทหารไทยให้เพียงพอก่อนการลงทะเบียนเรียน

           ขั้นตอนการลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท์  ให้ดำเนินการดังนี้
           1.  กดโทรศัพท์ไปที่หมายเลข  02 – 3106100 เพื่อเข้าสู่ระบบสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์
           2.  กดหมายเลข 3 เพื่อเข้าสู่เมนูข้อมูลการลงทะเบียนเรียน
           3.  กดหมายเลข 1 เพื่อลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท์ จะมีเสียงตอบรับว่า “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ เข้าสู่ระบบ การลงทะเบียนเรียนทางโทรศัพท”
          4.  กดหมายเลข 1 เพื่อลงทะเบียนผ่านทางโทรศัพท์ จะมีเสียงตอบรับว่า“กรุณากดรหัสนักศึกษา แล้วตามด้วย การกดเครื่องหมายสี่เหลี่ยม(#)”
          5.  กดรหัสผ่าน (วัน – เดือน – ปีเกิดของนักศึกษา) เพื่อผ่านเข้าระบบแล้วกดเครื่องหมายสี่เหลี่ยม #  เช่น เกิดวันที่  19  เดือนพฤษภาคม  พ.ศ. 2523  ให้กด 19052523#  จะมีเสียงตอบรับว่า   “กรุณากดรหัสพื้นที่และโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้"      เมื่อกดแล้วจะมีเสียงตอบรับว่า “ขณะนี้ ระบบกำลังติดต่อฐานข้อมูล  กรุณารอสักครู่”
          6.  กดหมายเลข 1 หากต้องการลงทะเบียนเรียนและขอจบการศึกษาด้วย กดหมายเลข 2  หากต้องการลงทะเบียน
เรียนโดยไม่ขอจบการศึกษา  จะมีเสียงตอบรับว่า  “กรุณากดรหัสวิชา และตามด้วยเครื่องหมาย #”
          7.  กดรหัสวิชาที่แปลงเป็นตัวเลขแล้ว  จะมีเสียงตอบรับว่า “ขณะนี้ระบบกำลังติดต่อฐานข้อมูล  กรุณารอสักครู่”
ถ้ากดรหัสวิชาถูกต้อง  ระบบจะตอบรับโดยทวนชื่อวิชาและจำนวนหน่วยกิตให้ทราบ
          8.  หากนักศึกษาต้องการฟังซ้ำ ให้กดหมายเลข 1 หากยืนยันว่ากระบวนวิชาที่ลงไปถูกต้อง  ให้กดหมายเลข 2
หากต้องการยกเลิกกระบวนวิชาที่ลงไปแล้ว  ให้กดหมายเลข  3
          9.  กดหมายเลข 2 เพื่อลงทะเบียนเรียนวิชาถัดไป  ซึ่งระบบจะเป็นไปตามขั้นตอนที่ 7-8 จนกระทั่งวิชาสุดท้าย
        10. กดหมายเลข 3 เมื่อสิ้นสุดและยืนยันการลงทะเบียนเรียน
        11. กดหมายเลข 1  เพื่อยืนยันการลงทะเบียนเรียน ระบบจะตอบรับว่า “ขณะนี้ระบบกำลังค้นหาข้อมูล” พร้อมทั้งแจ้งรายละเอียด การลงทะเบียนเรียน  จำนวนวิชา  จำนวนหน่วยกิต  และค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนต่าง ๆ ให้ทราบ  ให้นักศึกษากดหมายเลข 1 อีกครั้ง เพื่อยืนยันการหักเงินจากบัญชีของธนาคารทหารไทย ถ้าสามารถตัดเงิน ค่าลงทะเบียนได้เรียบร้อย  ระบบจะแจ้งสถานที่รับใบเสร็จลงทะเบียน ให้นักศึกษาทราบ จึงจะถือว่าการลงทะเบียน เสร็จสมบูรณ์
        12. กดหมายเลข 2 หากนักศึกษาต้องการยกเลิกการทำรายการทั้งหมด เมื่อนักศึกษาลงทะเบียนเรียน ครบ ทุกขั้นตอนแล้ว  หากนักศึกษาใช้เครื่องโทรศัพท์ ์ที่เป็นเครื่องโทรสาร ให้ กดหมายเลข  1 เพื่อรับสำเนาใบเสร็จ ทางเครื่องโทรสาร  จะมีข้อความบอกว่า “กรุณากดปุ่ม  Start  บนเครื่องโทรสารของท่าน” เครื่องจะส่งสำเนาใบเสร็จให้นักศึกษาใช้ตรวจสอบได้ทันที   กรณีไม่มีเครื่องโทรสารหาก ต้องการทราบผลการลงทะเบียนเรียนว่าสมบูรณ์หรือไม่ให้สอบถามไปที่หมายเลข  02 – 3108625

5.  การลงทะเบียนเรียนทาง  SMS
           สำหรับเครือข่าย AIS  มีขั้นตอนดังนี้
           1.  จากโทรศัพท์มือถือ นักศึกษาเลือกรายการ “เขียนข้อความ” เพื่อพิมพ์ข้อมูลการลงทะเบียนเรียน   
           2.  นักศึกษาไม่ขอจบ  พิมพ์  n,รหัสประจำตัวนักศึกษา, ปี(พ.ศ.เกิด 2 หลัก) เดือนเกิด(2 หลัก) วันเกิด(2หลัก), รหัสศูนย์สอบ(2 หลัก), รหัสวิชาที่ 1,รหัสวิชาที่2,......
           3.  นักศึกษาขอจบ  พิมพ์ g,รหัสประจำตัวนักศึกษา, ปี(พ.ศ.เกิด 2 หลัก) เดือนเกิด  (2 หลัก) วันเกิด(2 หลัก), รหัสศูนย์สอบ(2 หลัก), รหัสวิชาที่ 1,รหัสวิชาที่ 2,......

ตัวอย่าง  นักศึกษาไม่ขอจบ ลงทะเบียนเรียนวิชา MK203, PS110, TH103  พิมพ

ตัวอย่าง  นักศึกษาขอจบ  ลงทะเบียนเรียนวิชา MK203, PS110, TH103 พิมพ์

หมายเหตุ  ::
            1.  รหัสศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร  = 00 (เลขศูนย์)
            2.  ตัวอักษรเป็นตัวเล็ก หรือตัวใหญ่ก็ได้
            3.  นักศึกษาต้องมีเงินในบัญชีธนาคารทหารไทย  มากกว่าจำนวนเงินที่จะชำระ ค่าลง ทะเบียน เมื่อชำระแล้วต้องเหลือเงิน ไม่น้อยกว่า  100  บาท          
            4.  ส่งไปที่เบอร์  4563666  แล้วรอผลตอบกลับสักครู่

            5.  นักศึกษาจะได้รับ  SMS ตอบกลับ  แจ้งจำนวนเงินลงทะเบียนเรียน  ตามรูปแบบดังนี้
 id:รหัสประจำตัวนักศึกษา = xxx฿ กด reply พิมพ์ y, เลขอ้างอิงการลงทะเบียน กด send เพื่อชำระเงิน (ชื่อรหัสวิชาที่1,ชื่อรหัสวิชาที่2,...)

                                   

ตัวอย่าง  SMS  ตอบกลับ
      
(625฿   คือจำนวนเงินลงทะเบียนเรียน  จะเปลี่ยนไปตามจำนวนหน่วยกิต)
(A308  คือเลขอ้างอิงการลงทะเบียน  นักศึกษาจะได้รับเลขนี้ไม่ซ้ำกันจากระบบ)

            6.  นักศึกษายืนยันการลงทะเบียนเรียน กด Reply (ตอบกลับ)  หน้าจอโทรศัพท์ของนักศึกษาแต่ละยี่ห้อ  แต่ละรุ่นอาจใช้ข้อความ ต่างกัน  เช่น   Reply ,  Text  Reply ,…ในการส่งข้อความ ให้นักศึกษาเลือกรายการตอบกลับ

            7.  ถ้ายืนยันตามที่ปรากฏที่จอโทรศัพท์  ให้พิมพ์  Y,A308  กด  Send (ระบบจะส่งกลับที่เบอร 4563666 ) และตรวจสอบเงิน ในบัญชี บัตรประจำตัวนักศึกษาธนาคารทหารไทย  พร้อมตัดเงินตามจำนวนที่แจ้ง

            8.  นักศึกษาจะได้รับ  SMS  ยืนยันการลงทะเบียนเรียนเสร็จสมบูรณ์  ดังนี้

                                                   

  ตัวอย่าง  SMS ยืนยันการลงทะเบียน                   


***********************************************************

 

การลงทะเบียนสอบซ่อม
            ข้อปฏิบัติ
            1.  กระบวนวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนสอบซ่อมของภาค 1 ในปีการศึกษาใดก็ตามต้องเป็นกระบวนวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไว้ และขาดสอบ หรือสอบตกในภาค 1 ของปีการศึกษานั้นและการลงทะเบียนสอบซ่อม ของภาค 2 และภาคฤดูร้อนของปีการศึกษาใด ต้องเป็นกระบวนวิชาที่นักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนไว้แล้ว  ขาดสอบ หรือสอบตก ในภาค 2 และ/หรือภาคฤดูร้อนของปีการศึกษานั้น
            2.  นักศึกษาสามารถลงทะเบียนสอบซ่อมได้ทุกกระบวนวิชา โดยไม่จำกัดจำนวนหน่วยกิต
            3.  ต้องไม่ลงทะเบียนสอบซ่อมกระบวนวิชาที่มีการสอบซ้ำซ้อนในวันและเวลาเดียวกัน เว้นแต่ได้แจ้งขอจบการศึกษาของภาคนั้น
            4.  ไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนสอบซ่อมทางไปรษณีย์, ทาง Internet, ทางโทรศัพท์ และทาง SMS
            5.  เมื่อลงทะเบียนสอบซ่อมแล้ว มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ นักศึกษาต้องดูผลสอบก่อนการลงทะเบียน
            6.  หากนักศึกษาสอบผ่านและจบการศึกษาในการสอบซ่อมของภาค 1, ภาค 2 และ/หรือภาคฤดูร้อน ก็ตามให้ถือว่าจบการศึกษา
ของภาคนั้น

***********************************************************