ประวัติความเป็นมา
 |
 |
 |
ประสูติ |
ตรัสรู้ |
ปรินิพพาน |
วันวิสาขบูชา
หรือ วิศาขบูชา เป็น วันสำคัญ
วันหนึ่งใน พุทธศาสนา ย่อมาจาก "วิสาขปูรณมีบูชา"
แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ"
อันเป็นเดือนที่สองตาม ปฏิทิน ของอินเดีย ตรงกับ
วันเพ็ญ เดือน ๖ ตาม ปฏิทินจันทรคติของไทย (มักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม
หรือมิถุนายน)
ความสำคัญ
วันวิสาขบูชา เป็นวันคล้ายวัน ประสูติ
ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน ขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ตรงกันทั้ง ๓ คราว
- เจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติที่พระราชอุทยาน
ลุมพินีวัน ระหว่างกรุง กบิลพัสดุ์ กับ เทวทหะ
เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช
๘๐ ปี
- เจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้
เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้
ศรีมหาโพธิ์ ฝั่ง แม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม
ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา
ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี
ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา
เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่ง รัฐพิหาร ของอินเดีย
- หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา
และโปรดเวไนยสัตว์เป็นเวลา ๔๕ ปี พระชนมายุได้
๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร
ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโทยาน ของมัลลกษัตริย์
เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง
กุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)
ในวันสำคัญนี้ ชาวพุทธทั่วโลกมักจัดพิธีทำบุญใหญ่
นอกจากถือศีลฟังธรรมแล้ว ยังปล่อยนกปล่อยปลา และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถในตอนค่ำด้วย
องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้ วันวิสาขบูชา
เป็นวันสำคัญสากลของโลก โดยการเสนอของ ประเทศศรีลังกา
และมีมติเป็นเอกฉันท์ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ
เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ โดยให้เหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์
เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา
เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ
และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน
ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
วันวิสาขบูชานี้
ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ
เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๒๐ พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา
ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม
แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่
สมัยสุโขทัย นั้น
ประเทศไทยกับประเทศลังกามีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมากเพราะพระสงฆ์ชาวลังกา
ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชามาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย
ในหนังสือนางนพมาศได้กล่าวบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชาสมัยสุโขทัยไว้
พอสรุปใจความได้ว่า " เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน
ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุก
หมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ
ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร
เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน
พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ
ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์
และนางสนองพระโอษฐ์ต ลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า
และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน
ส่วนชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล
ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต
แด่พระภิกษุ สามเณรบริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน
คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์
ปล่อยสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ
โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป "
ใน สมัยอยุธยา
สมัยธนบุรี และ สมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์
เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่าอำนาจของพระพุทธศาสนา
จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา
จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่
๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๖๐) ทรงดำริกับ
สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู
การประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดย สมเด็จพระสังฆราช
ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรกในวันขึ้น ๑๔
ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ พ.ศ. ๒๓๖๐ และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ
เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล
เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เญ็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศกโรคภัย
และอุปัทวันตรายต่างๆ โดยทั่วหน้ากัน
วัฒนธรรมและประเพณีปฏิบัติ การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
การจัดงานเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชาที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุคทุกสมัย
คงได้แก่การจัดงานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๐๐
ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
" ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๘ พฤษภาคม รวม ๗ วัน ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวง
ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่างๆ ประดับธงทิวและโคมไฟสว่างไสวไปทั่วพระ
ราชอาณาจักร ประชาชนถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ตามศรัทธาตลอดเวลา
๗ วัน มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์รวม ๒,๕๐๐ รูป ประชาชน
งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา ตั้งแต่วันที่ ๑๒
ถึง ๑๔ พฤษภาคม รวม ๓ วัน มีการก่อสร้าง พุทธมณฑล
จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์วันละ ๒,๕๐๐ รูป
ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ประชาชน วันละ ๒๐๐,๐๐๐
คน เป็นเวลา ๓ วัน ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่าในบริเวณนั้น
รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย
และได้มีการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน
เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วย
=============
แหล่งข้อมูล :
1. ปฏิทินมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2549 และ พ.ศ
2550
2. เวปไซต์กระทรวงวัฒนธรรม http://www.culture.go.th/
3. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org
4. เวปไซต์ธรรมจักร วงล้อแห่งธรรม http://www.dhammajak.net
ภาพประกอบ :
http://www.dhammathai.org

Back
|| Top