<


ประเพณีไหว้ครู

ประวัติและความสำคัญ

การไหว้ เป็นการแสดงถึงความ สำนึกที่ดีงาม โดยเฉพาะเรามักจะกระทำแก่สิ่งของ หรือบุคคลที่มีความสำคัญแทบทั้งสิ้น เช่นนักเรียนประกอบพิธีไหว้ครู ก็เพราะนักเรียนเห็นว่า ครูเป็นบุคคลที่สำคัญในชีวิตของเขา คือเป็นผู้ ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้และเป็นปูชนียบุคคล ครูอาจารย์จึงเป็นบุคคลที่คู่ควรแก่การได้รับการไหว้เป็นอย่างยิ่ง และคนไทยเราปกติเคารพนับถือครูมาก ถือว่าครูเป็นคู่ใจจะไปทางไหนหรือทำอะไรก็ตาม ถ้ามีครูเป็นคู่คิดแล้วเป็นสบายใจและอุ่นใจได้ มีประโยคภาษาไทยแสดงคุณค่า ของครู อยู่ประโยคหนึ่ง นั่นคือคำว่า “ ศิษย์มีครู ” ซึ่งเป็นคำพูดที่ส่อถึงความมั่นใจของผู้พูดมาก ทีเดียว นอกจากนี้ ครูอาจารย์ ยังเป็นผู้ร่วมผจญกรรมเผชิญเหตุการณ์กับศิษย์เสมอ แต่ในยามปกติแล้วมักจะมองเห็นครูอาจารย์ไม่สำคัญเท่าใดนัก จะเห็นความสำคัญก็ต่อเมื่อยามเข้าสู่ภาวะคับขันเช่น ศรีปราชญ์เมื่อจะถูกเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชประหารชีวิต ทั้งๆที่รู้ตัวว่าจะตายก้ตายอย่างไม่พรั่นพรึง ด้วยเหตุสำนึกถึงครูอาจารย์ ถึงกับเขียนจารึกฝากแผ่นดินไว้ว่า

 

" ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง …”

ด้วยความที่คนไทยมีความสำนึกดีต่อครูอาจารย์มั่นคง การไหว้ จึงเป็นการแสดงออกที่มี ความหมาย นอกจากจะเกิดสิริมงคลแก่ตัวผู้ไหว้เองแล้ว ยังเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาติเอาไว้ด้วย

ข้อสำคัญที่ควรคำนึงสังวรระวังก็มีว่า อย่าไหว้ อย่าแสดงการบูชา สักแต่ว่าเป็นพิธี เป็นกิริยาเฉพาะช่วงที่ทำพิธีเท่านั้น ควรจะให้การไหว้ออกจากน้ำใจอันแท้จริง ในหลักธรรมตามมงคลสูตร อนุโลมเข้ากับการไหว้ได้แก่ การยกย่องเทิดทูนคุณความดี เรียกว่า บูชา การตระหนักถึงความสำคัญของท่าน เรียกว่า คารวะ การระลึกถึงอุปการคุณของท่านเรียกว่า กตัญญู เหล่านี้ล้วนเป็นแต่แรงบันดาลให้มีการไหว้ทั้งนั้น เป็นความรู้สึกที่จะก่อให้เกิดสวัสดิมงคลทั้งสิ้น เหตุแห่งการไหว้ มี ๔ ประการ คือ

๑. ไหว้เพราะความเลื่อมใส
๒. ไหว้เพราะความกลัว
๓. ไหว้เพราะสำนึกผิด
๔. ไหว้เพราะสำนึกคุณ หรือแสดงวัฒนธรรม

สรุป ผลของการไหว้แล้ว จะได้เป็น ๓ ประการคือ

๑.ผู้ไหว้ได้รับความสบายใจ
๒.ได้รับความเมตตาจากผู้ถูกไหว้
๓.ช่วยให้ผู้ถูกไหว้พัฒนาตนเอง

ผู้ไหว้ได้รับความสบายใจ นั้น ก็ด้วยผู้ไหว้สำนึกตนว่าได้ประกอบกรรมดี ประพฤติดีงาม ทำให้เกิดความสบายใจอิ่มเอมใจ ส่วนผู้ที่ ได้รับเมตตา นั้น ก็หมายถึงได้รับการตอบสนองด้วย ความรู้สึกที่ดีมีค่า ความเมตตาเป็นความรู้สึกทางคุณธรรมที่ให้ประโยชน์สุขโดยทางเดียว ไม่เจือด้วยทุกข์โทษแต่อย่างใดเลย เมื่อเราไหว้ท่าน ท่านก็เมตตาเราโดยการแสดงตอบแทน เช่น บาลีว่า ปูชโก ลภเต ปูชํ ผู้บูชาย่อมได้รับการบูชาตอบ วนฺ ทโก ปฏิวนฺ ทนํ ผู้ไหว้ก็ย่อมได้รับการไหว้ตอบ ตามกฏแห่งเหตุผล

ผลประการสุดท้าย ผู้ถูกไหว้จะพัฒนาตัวเอง ทั้งนี้ ก็เพราะมือสิบนิ้วที่ยกขึ้นประนมนั้นมีอานุภาพหนักหนา หลายคนคงจะเคยได้อ่านเรื่องสามก๊ก หรือไม่เคยอ่านก็คงจะเคยได้ยินตัวละครสำคัญคนหนึ่งที่ชินหูคือ "ขงเบ้ง" ซึ่งเป็นนักปราชญ์ที่ถือตัวมากอยู่ที่ภูเขาโงลังกั๋ง ในสมัยที่จีนแตกออกเป็นสามก๊ก ผู้มีวาสนาแย่งอำนาจชิงกันเป็นใหญ่แต่ละก๊กแต่ละฝ่ายก็พยายามที่จะรวบรวมคนดีมีฝีมือมีสติปัญญาไว้เป็นพรรคพวก เพื่อจะได้ช่วยกันร่วมกันชิงอำนาจเป็นใหญ่ให้สำเร็จ ขงเบ้ง ได้รับการติดต่อจากผู้มีอำนาจหลายคน แต่ไม่มีใครสมหวังเพราะขงเบ้งไม่ยอมที่จะเป็นเครื่องมือของผู้ใดเลย

แต่แล้วอยู่ต่อมาก็ปรากฏว่าขงเบ้งต้องออกจากบ้านเดินตามหลังเล่าปี่ มาร่วมวางแผนทำสงครามให้เล่าปี่จนตลอดชีวิต แม้เล่าปี่ตายไปแล้วขงเบ้งก็ยังไม่ยอมทอดทิ้งบุตรของเล่าปี่ ที่เป็นเช่นนี้ก็ด้วย " มือสิบนิ้ว" ของเล่าปี่ที่ประคองประนมด้วยความรู้สึกอันซื่อสัตย์สุจริตนี่เอง เล่าปี่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีมารยาทงามที่สุด อ่อนน้อมถ่อมตนที่สุด จนได้ชื่อว่า "ผู้พนมมือทั้งสิบทิศ" จะเรียกว่าเล่าปี่สร้างชีวิตสร้างอำนาจวาสนาบารมีสำเร็จด้วยการพนมมือสิบนิ้วก็ไม่ผิดเลย ** ปีการศึกษาใหม่ สถาบันการศึกษาต่างๆ ได้เริ่มเปิดภาคเรียนบ้างแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา จะขาดเสียมิได้ คือการไหว้ครู ซึ่งระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้จัดประกอบพิธีไหว้ครูในเดือนมิถุนายนของทุกปี สถาบันการศึกษาทุกระดับถือเป็นเรื่องสำคัญ ในอันที่จะจัดให้มีพิธีไหว้ครูในโอกาสอันสมควร ** การไหว้ครู ไม่เพียงแต่จะได้รับประโยชน์กับตัวนักเรียนเองแล้ว ยังเป็นการทำให้ครูอาจารย์สำนึกในหน้าที่ อย่างน้อยก็ทำให้ครู อาจารย์ก้มลงมองดูตัวท่านเองเพื่อสำรวจพฤติกรรมของท่านเอง อย่างต่ำที่สุดท่านจะถามตัวเองว่า ทุกวันนี้ท่านทำหน้าที่สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาของท่านด้วยวิญญาณของครูหรือวิญญาณของกรรมกร

=============
อ้างอิง :
1. ปฏิทินมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2550
2. เวปไซต์กระทรวงวัฒนธรรม http://www.culture.go.th/
3. จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ภาพประกอบ :
http://www.ru.ac.th/art/cultural.html

Home|| Top