วันขึ้นปีใหม่

ประวัติและความสำคัญ

วันขึ้นปีใหม่ คือวันแรกของปี มักจะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และนับเป็นวันสำคัญของปี ปัจจุบันกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ตาม ปฏิทินเกรกอเรียน และถือเป็นวันหยุดต่อมาจาก วันสิ้นปี

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละชาติที่ใช้ปฏิทินแบบอื่น ก็จะมีวันขึ้นปีใหม่ที่แตกต่างกันไป เช่น วันตรุษจีน วันสงกรานต์ เป็นต้น ในประเทศไทย ทางราชการให้ถือเอาวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา

กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ ได้แก่ การทำบุญ ตักบาตร ที่ วัด หรือสถานที่ที่ทางราชการนิมนต์ พระภิกษุ สามเณรจากวัดต่างๆ มาเตรียมไว้ให้ มีการลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ผู้ไปลงนามจะได้รับ ปฏิทินหลวง เป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังอาจมีงานเลี้ยงภายในเครือญาติและมิตรสหาย ช่วงใกล้วันปีใหม่มักมีการส่งบัตร ส.ค.ส. และแจกจ่าย ปฏิทิน สำหรับปีใหม่เป็นของกำนัล

วัฒนธรรมในการอวยพรวันปีใหม่เพื่อส่งเสริมความเป็นไทย

การอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ นิยมปฏิบัติกันแพร่หลาย ด้วยการใช้บัตรอวยพร หรือ นิยมใช้สิ่งของ นำไปมอบให้ผู้ที่เคารพนับถือ ตลอดจนญาติสนิทมิตรสหายรวมทั้งผู้บังคับบัญชาในที่ทำงานเป็นเครื่องแสดงถึงการระลึกถึงคุณความดีและไมตรีจิตมิตรภาพ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่

การอวยพรผู้ใหญ่ เรานิยมอวยพรกันในวันที่ ๑ มกราคม ถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรักมาก เช่นบิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่รวมทั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูง นิยมไปอวยพรในตอนเช้า

การมอบของขวัญแบบไทยซึ่ง่เป็นทางเลือกที่น่าจะส่งเสริมคือ

๑. กระเช้าดอกไม้หรือแจกันดอกไม้สดที่สามารถปลูกได้ในเมืองไทยหรืออาจเป็นดอกไม้ประดิษฐ์จากกลุ่มแม่บ้านต่างๆ
๒. กระเช้าเครื่องกระป๋องซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระราชดำริฯ หรือผลิตภัณฑ์ในโครงการหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล
๓. กระเช้าหรือถาดหรือตะกร้าผลไม้สดซึ่งเป็นผลไม้ไทย
๔. กล่องหรือภาชนะหรือตะกร้าจักสานบรรจุผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้หรือขนมแห้ง ผลไม้กวนหรือขนมหวานแบบไทย
๕. ประเภทเครื่องแต่งกาย อาจเป็นผ้าชิ้น โดยเฉพาะผ้าทอมือกำลังเป็นที่นิยม หรือเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บจากผ้าทอมือจฃของไทยแล้วแต่กรณีฯ ลฯ

ของขวัญต่างๆ ควรจัดให้สวยงาม ด้วยการผูกโบว์สีสวยงามให้น่าดู ถ้าเป็นสิ่งของที่ต้องใส่กล่องควรหากระดาษห่อที่มีลวดลายสุภาพไม่ฉูดฉาดบาดตา และห่อด้วยความประณีต ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์หัตถกรรมประเภทกระดาษสา กระดาษจากใยต้นกล้วย และ กล่องที่ทำจากกระดาษดังกล่าวแล้วของไทยได้รับการพัฒนาคุณภาพและความสวยงามประกอบกับราคาไม่แพง จึงน่าจะสนับสนุนนำมาใช้ในวาระปีใหม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องแสดงถึงรสนิยมของผู้ให้รวมทั้งแสดงถึงการคารวะที่ผู้ให้มีต่อผู้รับและยังจะสร้างความประทับใจในการมีส่วนร่วมกันสนับสนุนสินค้าไทย

การเลือกของขวัญ และ บัตรอวยพร หรือบัตรส่งความสุข ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ใหญ่ที่มีอาวุโส ควรเลือกด้วยความพิถีพิถัน

บัตรอวยพรหรือบัตรส่งความสุขควรเลือกที่เป็นภาพสวยงามแบบเรียบสีสุภาพ

ประเพณีนิยมอย่างหนึ่งของคนไทย คือ การมอบของขวัญ หรือบัตรอวยพรให้แก่กันและกัน ไม่ว่าจะเป็นญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง ผู้บังคับบัญชา และผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อแสดงความคารวะ ความระลึกถึง ซึ่งกันและกัน ประเพณีดังกล่าวนับเป็นประเพณีที่ดีงามอย่างหนึ่งของไทยเราในการแสดงน้ำใจไมตรี และความเอื้ออาทรต่อผู้ที่ระลึกถึง

การมอบของขวัญควรทำด้วยความเคารพนอบน้อมพร้อมทั้งกล่าวอวยพรดังข้อความข้างต้น ตามธรรมดายาติผู้ใหญ่เป็นผู้ให้พรแก่ลูกหลานหรือผู้อาวุโสน้อยกว่า เมื่อลูกหลานจะอวยพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพจำเป็นต้องขออนุญาติคุณพระศรีรัตนตรัยดังกล่าวข้างต้นมาอวยพรแทน ซึ่งเป็นประเพณีของคนไทยมาแต่โบราณ เมื่อลูกหลาน หรือผู้อ่อนอาวุโสกล่าวคำอวยพรและมอบของขวัญแล้ว ผู้ใหญ่จะให้พรตอบ และมอบของขวัญที่เตรียมไว้เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาเหล่านั้นได้สละเวลามีค่ามาอวยพร เมื่อการอวยพรดำเนินไปเรียบร้อยแล้ว อาจใช้เวลาสำหรับพูดคุยกันตามความสนิทสนมคุ้นเคย ในกรร๊ที่มีผู้ไปอวยพรกันอย่างคับคั่ง ผุ้ไปร่วมอวยพรมิควรใช้เวลาพูดคุยนานเกินไป ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้าน หรือผู้อวยพรต่อไปใช้เวลาตามสมควร

==============
อ้างอิง :
1. ปฏิทินมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2549 และพ.ศ. 2550
2. เวปไซต์กระทรวงวัฒนธรรม http://www.culture.go.th/
3. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ภาพประกอบ
http://www.thisisthelife.com/en/new-year-bangkok.htm

Back || Top