คนดี ศรีรามฯ
   
นายขันธ์ชัย เกียรติศรีธนกร
นายจรัญ ราชนุ้ย นายจิรธัช สังข์บัวแก้ว
ศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์ รหัส 21 กรรมการผู้จัดการบริษัท คอสโม โปรเกรส อินเตอร์เนชั่น จำกัด
   
นายชาติชาย ศุภคติธรรม นางดวตา เครือทิวา
ภาควิชาพลานามัย
รองคณบดีสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตอ่างทอง

นายทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม
   
นายธีรัชฌานนท์ เจียมเอี่ยมอุดม นายนาคร มุกูระ นายนิพล ผดุงทอง
คณะนิติศาสตร์
รองอธิการบดีอัยการเขต 0
พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ
รองผู้บังคับการ กองปราบปราม
การกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชนและสตรี


รศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนต
กรรมการตรวจสอบ
การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส.)
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 17
อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
สำนักงานอัยการสูงสุด
นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ
ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ รหัส 44
ประธานกรรมการ
บริษัท กันยงอิเลคทริค จำกัด(มหาชน)
นายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 18
พิธีกรรายการโทรทัศน์
ดร.พศวัจน์ กนกนาก
ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เทียบเท่าหัวหน้าคณะศาลยุติธรรม
ศิษย์เก่าเกียรตินิยมนิติศาสตรบัณฑิต ปีพ.ศ. 2517 และ
ดุษฎีบัณฑิตรัฐประศาสนศาสตร์ ม.ร.
   
คุณหญิงพันธ์เครือ ยุงใจยุทธ นายพิภพ บุญธรรม นายไพฑูรย์ ทวีผล
ศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ รหัส 14
Director and Chairman Of Audit Committee
   
นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์
เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
นายไพโรจน์ ชุนดี นายวัชระ อินทุสุต
นายวิชัย วลาพล
นายกสมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย
นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 20
เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
นายวิทวัส บุญญสถิตย์
ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ รหัส 42 ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท เวลลอย คอร์ปอเรชั่น จำกัด
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร
คณะรัฐศาสตร์ ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง
พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 16
นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 19 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
   
นายสุทธิเกียรติ จิระธิวัฒน์ ศ.ดร.สุปรีดิ์ วงศ์ดีพร้อม นายสุวิช สุทธิประภา
บรรณาธิการข่าว อสมท
นายสุวิทย์ พรพานิช
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 22 อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
นายเสรี สุวรรภานนท์
ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รหัส 19 รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนที่หนึ่ง
นายอดิศักดิ์ ศรีสม
ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์
รหัส 333034336 สำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2536
   
อภินันท์ จันทรังษี
ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ รหัส 18 นายอำเภอแหวนเพชร ปี 2545 ปัจจุบันรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุร
นางสาวอารีย์ วิรัฐถาวร นายอำนวย ปรีมนวงศ์

  คนดี ศรีรามฯ
คุณไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์
เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
     ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงครบรอบ 36 ปี ที่ผ่านมา รามคำแหง ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถาบันตลาดวิชาที่มีการเรียนการสอนในระบบที่ต่างไปจากที่มหาวิทยาลัยอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนมีความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งคำนี้ เป็นปรัชญาสำคัญ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นกรอบของหลักการในระบบประชาธิปไตยที่มีการเปิดโอกาสให้มีความเสมอภาคทางการศึกษา

     36 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน หรือ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ต่างทุ่มเทให้กับงานมหาวิทยาลัยให้สมกับวัตถุประสงค์ ในการผลิตบัณฑิตจากรามคำแหงทุกคณะ นับได้ว่า มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรมเป็นที่ตั้ง และมีโอกาสรับใช้บ้านเมืองอยู่ในทุกอณูส่วนของประเทศ ไม่ว่าจะในระดับชาติ ในระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยรามคำแหงก็มีนโยบายในเรื่องนี้ เปิดในวงกว้าง ซึ่งผมคิดว่า ประสบการณ์ดีๆที่ผ่านมา ในโอกาสที่ผมเองเป็นศิษย์เก่าของรามคำแหง รหัส 18 จบการศึกษารุ่นที่ 4 คณะนิติศาสตร์ เรียกได้ว่า รามคำแหงได้อบรมมอบความรู้ทางวิชาการให้อย่างหลากหลาย นอกจากนั้น ยังสอนในประสบการณ์ ที่กล่าวว่า “อัตตาหิ อัตโนนาโถ” เป็นที่ตั้ง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่คิดว่าปรัชญาในจุดนี้ รามคำแหงจะรักษาไว้ เช่นเดียวกับ คำขวัญที่ว่า “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง ในสมัยที่ผมเข้ามา มีปรัชญาเล็กๆ น้อยๆ อีกว่า ตั้งใจศึกษา บูชาพ่อขุนฯ สนองคุณชาติ ถ้านักศึกษาที่เข้ามา และได้มีโอกาสนำสิ่งนี้ไปใช้ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นอย่างมากยิ่งขึ้นครับ”
ดร.พศวัจน์ กนกนาก
ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เทียบเท่าหัวหน้าคณะศาลยุติธรรม
ศิษย์เก่าเกียรตินิยมนิติศาสตรบัณฑิต ปีพ.ศ. 2517 และดุษฎีบัณฑิตรัฐประศาสนศาสตร์ ม.ร.
    “ในฐานะที่ผมได้รับโอกาสตั้งแต่ระดับปริญญาตรีมาตั้งแต่ต้น ผมมีความยินดีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงก่อตั้งมาครบ 36 ปี และทราบว่ามีบัณฑิตออกไปกว่า 6 แสนคน คิดว่า 6 แสนคนจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ และร่วมพัฒนาประเทศชาติเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไป โดยเฉพาะผมจบทางนิติศาสตร์ คาดว่าจะได้มามีส่วนช่วยทางด้านกฎหมายหรือทางด้านอื่นๆ ที่สามารถช่วยได้

    ขอขอบคุณคณะกรรมการที่ได้เล็งเห็นความสำคัญที่ยกย่อง ผู้ที่จบไปและประกอบอาชีพที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และมหาวิทยาลัยได้รับชื่อเสียงเพิ่มยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผมเองมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้กลับมารับใช้รามคำแหงทั้งในระดับปริญญาโท และปริญญาเอกที่รามคำแหงในตอนนี้ด้วย ในโครงการรัฐประศาสนศาสตร์และกฎหมาย โครงการของคณะรัฐศาสตร์ และของคณะบริหารธุรกิจ ทวิปริญญาโท และเป็นที่ปรึกษาของโครงการของดร.อุทัย เลาหวิเชียร ในโครงการรัฐประศาสนศาสตร์ที่ผมจบมาด้วยครับ เรียกว่าผมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของที่นี่

   ... ผมขออวยพรให้มหาวิทยาลัย อยู่ยืนยงคงคู่กับประเทศไทย ผลิตบัณฑิตออกไปเป็นประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติต่อไปครับ”
รศ.ดร. บรรเจิด สิงคะเนติ
ปัจจุบันเป็นอาจารย์ ภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ รุ่น 11 (พ.ศ.2524)
    ศิษย์เก่าของรามคำแหงได้ออกไปสู่ภาคส่วนของสังคม มีคุณประโยชน์ให้กับสังคม ตรงนี้เป็นส่วนที่มหาวิทยาลัยได้หล่อหลอม ไม่ว่าจะในแง่วิชาการ หรือการทำกิจกรรมเชิงสังคม ผมคิดว่าตรงนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่บัณฑิตรามฯ ออกไปและได้รับใช้สังคม ผมคิดว่าวันนี้เป็นโอกาสดี ที่มหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญกับจุดนี้ และผมคิดว่าศักยภาพของศิษย์เก่ารามคำแหงมีมาก ในการจะช่วยผลักดันสร้างสรรค์สังคม

    ... ผมคิดว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยประชาชน จุดหนึ่งที่ผมอยากให้มหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ มีความเข้มแข็งทางวิชาการ เพราะวันนี้มหาวิทยาลัยของรัฐยังไม่สามารถรองรับนักศึกษาได้ทั้งหมด แต่มีรามคำแหงที่เปิดโอกาส ผมจึงอยากให้รามคำแหงรักษาความดีงามที่มีมาโดยตลอด คือ การเปิดโอกาส รวมถึงความเข้มแข็งทางวิชาการ มีอุดมการณ์ความคิดที่จะให้มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตไปรับใช้สังคม ผมว่าจุดนี้เป็นสิ่งที่รามคำแหงต้องเน้นให้มาก รามคำแหงได้เปิดโอกาสแล้ว แต่สิ่งที่ต้องใส่เพิ่มเข้าไปคือ วิชาการและความเสียสละให้กับสังคม นอกเหนือจากการมองเรื่องธุรกิจ จุดนี้ยังเป็นจุดแห่งความเข้มแข็ง เมื่อถึงจุดหนึ่งศิษย์เก่าสามารถกลับมาดูแลมหาวิทยาลัย สร้างสรรค์รามคำแหงให้เป็นมหาวิทยาลัยประชาชนได้อย่างแท้จริงครับ”